ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
Ramayana: Rise of a Legend
รามายณะ: ปฐมบทแห่งตำนาน
ตัวอย่าง Ramayana: Rise of a Legend รามายณะ: ปฐมบทแห่งตำนาน
เรื่องย่อ Ramayana: Rise of a Legend รามายณะ: ปฐมบทแห่งตำนาน
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
เรื่องราวใน Ramayana: Rise of a Legend บอกเล่าจุดเริ่มต้นของชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ระหว่างสองบุรุษผู้เป็นตำนาน "พระราม" เจ้าชายแห่งอโยธยา อวตารแห่งพระวิษณุผู้ยึดมั่นในธรรมะและการเสียสละ และ "ราวัณ" หรือ ทศกัณฐ์ กษัตริย์อมตะผู้ปกครองทั้งสามโลก ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยเพลิงแค้นและอีโก้อันมหาศาล
มหากาพย์เริ่มต้นตั้งแต่พิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระรามและ "พระนางสีดา" จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่พระรามต้องถูกเนรเทศออกสู่นิเวศป่ากว้างเป็นเวลาถึง 14 ปี โดยมีพระนางสีดาและ "พระลักษมณ์" อนุชาผู้ซื่อสัตย์ร่วมเดินทางไปด้วย จนกระทั่งราวัณได้ทำอุบายใช้นกและกวางทองล่อลวงเพื่อลักพาตัวพระนางสีดาไปยังกรุงลงกา นำไปสู่การต่อสู้กลางอากาศสุดตื่นตาของ "พญานกสดายุ" และกลายเป็นปฐมบทแห่งสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่จะท้าทายศรัทธาของมนุษยชาติ
นักแสดงนำ ใครรับบทอะไรใน Ramayana
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Sony Pictures
ทัพนักแสดงชุดนี้ดึงดาวดังจากหลายวงการหนังอินเดียมารวมกัน ไล่ตามบทได้ดังนี้
- Ranbir Kapoor (รานเบียร์ คาปูร์) รับบท ราม เจ้าชายแห่งอโยธยา ผู้ยึดมั่นในธรรมะและหน้าที่ แม้ต้องแลกด้วยความสูญเสียส่วนตัว
- Yash (ยาช) รับบท ราวัณ (ทศกัณฐ์) ราชาแห่งลงกาผู้ปกครองสามภพ ดาวดังจาก K.G.F: Chapter 1 และ 2 ที่นอกจากแสดงแล้วยังร่วมอำนวยการสร้างผ่านบริษัท Monster Mind Creations ด้วย
- Sai Pallavi (ซาย พัลลาวี) รับบท สีดา ศูนย์กลางทางอารมณ์ของเรื่อง ผู้เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ ความเฉลียวฉลาด และความแน่วแน่ เธอมีผลงานเด่นอย่าง Premam, Gargi และ Amaran
- Ravi Dubey (ราวี ดูเบย์) รับบท ลักษมณ์ น้องชายผู้ซื่อสัตย์ที่ออกเดินทางเคียงข้างพระราม
- Sunny Deol (ซันนี ดีโอล) รับบท หนุมาน ผสมผสานทั้งพลัง ความอ่อนน้อม และความจงรักภักดี
ทีมเบื้องหลังระดับโลก
ความยิ่งใหญ่ของหนังเรื่องนี้เริ่มต้นจาก Namit Malhotra ผู้อำนวยการสร้างและเจ้าของ DNEG สตูดิโอวิชวลเอฟเฟกต์เจ้าของรางวัลออสการ์ ที่อยู่เบื้องหลังหนังดังอย่าง Dune, Interstellar และ Inception ส่วนเก้าอี้ผู้กำกับเป็นของ Nitesh Tiwari คนเดียวกับที่กำกับ Dangal หนังอินเดียที่ยังครองสถิติทำรายได้สูงสุดทั่วโลก
ด้านบทภาพยนตร์ มี Shridhar Raghavan มือเขียนบทที่เคยพลิกโฉมหนังแอ็คชั่นและสายลับของบอลลีวูด เป็นผู้วางรากฐานเรื่องราวมาตั้งแต่เมื่อกว่าสิบปีก่อน ก่อนที่ Nitesh Tiwari จะเข้ามาช่วยขัดเกลาและกำกับในปี 2018
ฉากแอ็คชั่นก็ไม่ธรรมดา เพราะได้ Guy Norris ผู้กำกับคิวบู๊จาก Mad Max: Fury Road และ Furiosa กับ Terry Notary ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับการเคลื่อนไหวที่หลายคนรู้จักจากหนังชุด Planet of the Apes มาช่วยออกแบบ โดยมีการนำระบบวางแผนฉากแอ็คชั่นล่วงหน้า (Proxy VP) มาใช้เป็นครั้งแรกในหนังอินเดีย
ส่วนการถ่ายทำ ส่วนใหญ่ทำที่ Prime Focus Studios ในมุมไบ มีการสร้างฉากขนาดใหญ่จำลองอโยธยา ลงกา และป่าต่าง ๆ ขณะที่ทีม VFX ทำงานกระจายกันทั้งมุมไบ ลอนดอน และแวนคูเวอร์
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนหนังไม่ควรมองข้ามคือดนตรี เพราะงานนี้ได้ Hans Zimmer เจ้าของผลงานเพลงประกอบ The Lion King, Gladiator, Inception, Interstellar และ Dune มาจับคู่กับ A. R. Rahman เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Slumdog Millionaire นับเป็นการรวมตัวกันของตะวันออกและตะวันตกแบบที่หาดูยาก
ทั้งนี้ ตัวหนัง รามายณะ แบ่งเป็น 2 ภาคจบ ภาคนี้คือ ปฐมบท ส่วนภาค 2 ตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่ที่มุมไบ ทุนสร้างรวมทั้งสองภาคอยู่ที่ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นภาพยนตร์อินเดียที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุดตลอดกาล ณ เวลานี้
ดูหนังรามายณะที่ไทย เลือกเวอร์ชั่นไหนดี
ข้อนี้สำคัญที่สุดก่อนจองตั๋ว เพราะ รามายณะ: ปฐมบทแห่งตำนาน ที่เข้าฉายในไทยจะมี 2 เวอร์ชั่นให้เลือก และความต่างไม่ได้มีแค่ภาษา ดังนี้
- ระบบเสียงภาษาไทย (ความยาว 2 ชม. 47 นาที) เหมาะกับคนที่อยากดูแบบสบาย ๆ ไม่ต้องอ่านซับ แต่เวอร์ชั่นนี้จะไม่มีฉากเพลง
- Director's Cut ระบบเสียงฮินดี บรรยายไทย (ความยาว 3 ชม. 15 นาที รวมพักครึ่ง Intermission 15 นาที) ได้ครบทั้งฉากเพลงและบรรยากาศแบบต้นฉบับ
ถ้าตัดเวลาพักครึ่งออก Director's Cut ยาวกว่าเวอร์ชั่นเสียงไทยประมาณ 13 นาทีเศษ ๆ ซึ่งการแบ่งเวอร์ชั่นแบบนี้เป็นรูปแบบเดียวกับที่ฉายในอเมริกา (ที่นั่นจะเป็นเสียงอังกฤษ) ใครอยากสัมผัสความเป็นหนังอินเดียครบรส ดนตรีเต็ม ๆ แนะนำ Director's Cut ส่วนใครอยากดูแบบกระชับและฟังเสียงไทยตลอดทั้งเรื่อง เวอร์ชั่นเสียงไทยก็ตอบโจทย์
นอกจากนี้หนังจะมาพร้อมระบบ IMAX และ 3D ด้วย ทีมสร้างตั้งใจให้เป็นประสบการณ์ 3D ที่สมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใครชอบจอใหญ่ ๆ น่าจะอินกับรอบ IMAX เป็นพิเศษ






